รู้จักกับอาหารเสริมบำรุงสมอง ที่มาจากธรรมชาติ

อาหารเสริม

การดูแลสุขภาพให้แข็งแรงนั้น เริ่มต้นได้ง่าย ๆ จากการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ ซึ่งนอกจากจะช่วยบำรุงร่างกายแล้ว อาหารที่มีประโยชน์ซึ่งหาได้จากธรรมชาติ ยังช่วยบำรุงสมองของเราได้อีกด้วย โดยสมองนั้นควบคุมระบบประสาทต่าง ๆ ในร่างกาย วันนี้เรามีรู้จักกับอาหารเสรมที่หาได้จากธรรมชาติกัน   กระเทียม หลาย ๆ คนไม่ชอบการทานกระเทียม แต่รู้หรือไม่ว่าประโยชน์ของกระเทียมนั้นมีมากมาย มีส่วนช่วยในการบำรุงระบบประสาทและสมอง นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงสายตาของเราได้อีกด้วย   ปลา เป็นที่ได้ยินติดหูกันมาตั้งแต่เด็กว่าอยากฉลาดให้กินปลา เพราะปลามีโปรตีน ไขมัน และวิตามินบี12 ที่ช่วยบำรุงสมองและเสริมสร้างความจำได้เป็นอย่างดี   ถั่วเหลือง ในถั่วเหลืองนั้นมีวิตามินมากมาย ซึ่งช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบประสาทและสมองให้ทำงานได้ดีขึ้น ช่วยบำรุงระบบเซลล์ประสาทและยังช่วยในเรื่องของความจำ   ผลไม้ตระกูลเบอร์รี ส่วนมากผลไม้ตระกูลเบอร์รีจะมีรสเปรี้ยว ซึ่งแน่นอนช่วยจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัวขึ้นมาและยังช่วยเพิ่มเซลล์ประสาทในสมอง ช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงสมองทำงานได้ดี ส่งผลให้มีความคิดและสติปัญญาที่ดีขึ้น   แปะก๊วย เป็นพืชที่มีสรรคุณทางยาโดยสามารถสกัดใช้เป็นยารักษาโรคสมองเสื่อม และยังมีส่วนช่วยในการบำรุงการทำงานของระบบประสาทและสมองได้ดี   ในแต่ละวันมีเรื่องให้คิดให้ตัดสินใจมากมาย สมองเป็นอวัยวะสำคัญที่ช่วยในการทำงาน ดังนั้นจึงต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษนั่นเอง

ผักสด กับ ผักสุก แบบไหนมีประโยชน์มากกว่ากัน

ผักสด

ผัก เป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย มีวิตามินและสารอาหารต่าง ๆ ที่มีส่วนช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดี ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งไม่เหี่ยวย่นง่าย แต่การทานผักนั้นมีทั้งทานแบบสด ๆ และแบบที่ต้มหรือลวกให้สุก แล้วเราควรทานแบบไหน แบบไหนที่มีประโยชน์มากกว่ากัน เรามาเปรียบเทียบกันเลย   ผักสด การทานผักสดนั้น ต้องทานให้ปลอดภัย นั่นก็คือต้องเป็นผักที่ปลอดสารพิษ ไม่มียาฆ่าแมลง ก่อนทานต้องทำการล้างน้ำให้สะอาด ซึ่งหากมั่นใจว่าผักสดที่ทานนั้นสะอาด คุณจะได้รับวิตามิน, เบต้าแคโรทีน, ไนอาซิน,  โบไฮเดรตและสารที่มีประโยชน์อีกมากมาย โดยไม่สูญเสียคุณค่าทางอาหารไปกับการต้มหรือลวก   ผักสุก การทานผักโดยการผ่านการทำให้สุกก่อนนั้น ถือว่าปลอดภัยในการทาน เพราะนอกจากการล้างสารเคมีที่อยู่กับผักในขณะที่ผักสดแล้ว ยังผ่านความร้อนซึ่งสามารถฆ่าเชื้อโรคที่ติดมาหรืออยู่ในผักได้ อย่างเช่น พยาธิใบไม้ เป็นต้น แต่สิ่งที่อาจสูญเสียไปคือ สารอาหารที่อยู่ในผัก อาจอยู่ไม่ครบถ้วนเนื่องจากการต้มหรือลวกนั่นเอง   การทานผักมีประโยชน์ต่อร่างกายแต่ต้องทานให้ถูกวิธี เพราะผักบางชนิดต้องทานแบบสุกถึงจะปลอดภัยและไม่ก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมาในภายหลัง ส่วนการทานแบบสดคุณจะได้รับคุณค่าทางอาหารที่ครบถ้วน ซึ่งการทานผักแบบสุกหรือแบบสดนั้น ขึ้นอยู่กับความชอบแต่ละคน แต่ต้องคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยและสุขภาพเป็นที่หนึ่ง

รู้หรือไม่? อาหารแช่เย็น กับ อาหารแช่แข็ง ต่างกันอย่างไร

อาหารแช่แข็ง

หลายคนคงจะสงสัยว่าอาหารแช่เย็นกับอาหารแช่แข็ง มันต่างกันอย่างไร ซึ่งฟังจากชื่อแล้วก็เป็นการเก็บรักษาอาหารด้วยความเย็นเหมือนกัน และการเก็บอาหารแบบไหนที่ทำให้อาหารสดและคงคุณภาพมากกว่ากัน วันนี้เราจึงมีข้อแตกต่างของการเก็บอาหารทั้งสองแบบนี้มาให้เปรียบเทียบกัน   อาหารแช่เย็น เป็นการเก็บรักษาอาหารไว้ในอุณหภูมิเย็น ซึ่งจะอยู่ที่ประมาณ 0 – 5 องศาเซลเซียส เนื่องจากการแช่อาหารไว้ในอุณหภูมิที่มีความเย็นในระดับนี้จะเป็นการยับยั้งการเจริญเติมโตของเชื้อจุลินทรีย์ชนิดทั่วไปได้ดี ทำให้สามารถเก็บอาหารไว้ได้นานยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม หากซื้ออาหารแช่เย็นมาควรนำมาทำอาหารทันที เพราะการที่เราซื้อแล้วนำกลับมาบ้านนั้นต้องใช้ระยะเวลาในการเดินทาง ทำให้อาหารไม่ได้อยู่ในอุณหภูมิที่เย็นมากพอ จุลินทรีย์จึงสามารถเติบโตได้ และอาจทำให้อาหารเสียได้   อาหารแช่แข็ง เป็นการแช่อาหารที่อุณหภูมิตั้งแต่ -18 องศาเซลเซียส ซึ่งจะสามารถรักษาความสดของอาหารไว้ได้ดี นอกจากนี้ยังคงคุณค่าทางอาหารไว้ได้ เนื่องจากเป็นการเก็บอาหารในขณะที่ยังสด ๆ อยู่แล้วนำมาแช่แข็งจนกลายเป็นน้ำแข็ง เพื่อไม่ให้อาหารเน่าเสียได้ง่าย สามารถเก็บไว้ได้นาน และยังคงความสดอยู่นั่นเอง   เป็นอย่าไรบ้าง สามารถแยกได้หรือยังว่าทั้งสองอย่างนี้แตกต่างกันอย่างไร ซึ่งทั้งสองวิธีนี้ก็สามารถเก็บรักษาอาหารให้สดได้ทั้งคู่แต่จะนานไม่เท่ากัน และความสดก็ไม่เท่ากัน ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการจะทำอาหารในช่วงเวลาไหน ถ้าต้องการทำอาหารเลยก็เลือกซื้อแบบแช่เย็น แต่หากต้องการซื้อมาเก็บไว้หรือยังไม่พร้อมทำก็เลือกแบบแช่แข็ง หากตัดสินใจได้ก็ออกไปซื้อเพื่อมาทำอาหารให้คนที่คุณนักทานกันเลย

อาหารดี เมืองปลาดิบ

ปลาดิบ

แค่พูดชื่อเมืองปลาดิบ เชื่อว่าทุกคนคงรู้จักกันดี กับประเทศญี่ปุ่น ซึ่งในปัจจัยในประเทศไทยมีร้านอาหารญี่ปุ่นให้เราได้เลือกทาน  เพื่อที่จะลิ้มลองความอร่อยของอาหารญี่ปุ่น ซาชิมิต่าง ๆ  และที่เป็นจานโปรดของหลาย ๆ คนนั่นก็คงจะเป็น “แซลมอน” ซึ่งการทานนั้นก็ต้องทานแบบสด ๆ แล้วเราจะเลือกทานแซลมอนสด ได้อย่างมีความสุขและมั่นใจนั้นจะมีวิธีเลือกอย่างไรมาดูกัน   1.เลือกร้านที่เชื่อถือได้ เป็นที่รู้กันดีว่าแซลมอนต้องกินแบบดิบ แต่เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าร้านที่เราเลือกนี้ ใช้แซลมอนที่สดและผ่านการฆ่าเชื้อ โดยการแช่แข็งที่อุณหภูมิต่ำกว่า -20 องศาเซลเซียส เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์ เพื่อให้พยาธิที่อยู่ในแซลมอนตาย และแซลมอนยังคงความสด   บรรจุอย่างมิดชิด หากจะเลือกซื้อแซลมอนต้องดูการการปิดของภาชนะที่บรรจุว่าปิดมิดชิดหรือไม่ เพื่อป้องกันการป้อนของเชื้อโรคหรือแบคทีเรียต่าง ๆ ที่มีโอกาสเข้าไปปนเปื้อนกับเนื้อแซลมอนได้   เก็บในตู้แช่ที่มีอุณหภูมิต่ำ การเลือกซื้อแซลมอนกลับไปทานที่บ้านนั้น ต้องเลือกร้านที่เก็บในอุณหภูมิที่มีความเย็นมาก ๆ เพราะจะทำให้แซลมอนคงความสดและความอร่อย ที่สำคัญคือปลอดภัยจากพยาธิด้วย แซลมอนเป็นอาหารที่เต็มไปด้วยประโยชน์และคุณค่าทางอาหารมากมาย แต่ต้องทานแซลมอนที่สด สะอาด และมั่นใจว่าปลอดภัย ดังนั้นลองนำวิธีเหล่านี้ไปเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจเลือกทานแซลมอน เพื่อที่จะได้ทานแซลมอนอย่างมีความสุข